หากพูดถึงวัตถุดิบที่หรูหราและพรีเมียมที่สุดในโลกของอาหาร แน่นอนว่าชื่อของ ทรัฟเฟิล (Truffle) หรือเจ้าของฉายา เพชรแห่งห้องครัว ต้องลอยเข้ามาเป็นอันดับแรก ๆ อย่างแน่นอน เห็ดใต้ดินที่มีเสน่ห์เย้ายวนด้วยกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนยากที่จะหาวัตถุดิบอื่นใดมาทดแทนได้ ทำให้คนทั่วโลกหลงใหลจนยอมจ่ายเงินในราคาที่สูงลิ่วเพื่อแลกกับกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร เพียงแค่สไลด์ลงบนจานอาหารเพียงเล็กน้อย กลิ่นอายความหอมนั้นก็สามารถเปลี่ยนอาหารจานธรรมดาให้กลายเป็นมื้อสุดพิเศษได้อย่างน่าอัศจรรย์
คนส่วนใหญ่มักติดภาพว่าการจะลิ้มรสทรัฟเฟิลได้นั้น ต้องเดินเข้าไฟน์ไดนิ่งหรู หรือจับคู่กับอาหารตะวันตกคลาสสิกอย่างพาสต้าซอสครีมข้น ๆ สเต็กเนื้อเกรดพรีเมียม หรือซุปร้อน ๆ เท่านั้น แต่รู้ไหมว่าจริง ๆ แล้ว กลิ่นหอมที่มีความเอิร์ธตี้ (Earthy) ละมุนละไมอันเป็นจุดเด่นของเห็ดชนิดนี้ สามารถเข้ากันได้อย่างลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อกับรสชาติอูมามิแบบไทย ๆ ที่มีความกลมกล่อมและจัดจ้าน
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกและทำความรู้จักกันให้มากขึ้นว่าทรัฟเฟิลคืออะไร พร้อมเปิดมิติใหม่ของการรังสรรค์อาหารไทยด้วยการผสานกลิ่นอายความหอมระดับโลกลงไป เปลี่ยนเมนูคุ้นเคยในบ้านให้กลายเป็นจานหรูระดับเชฟได้ง่าย ๆ ด้วยตัวช่วยอย่าง น้ำปลาทรัฟเฟิล ที่ผลิตจากหัวน้ำปลาแท้ชั้นดีที่จะยกระดับทุกห้องครัวให้พรีเมียมยิ่งกว่าเดิม
ทำความรู้จัก “ทรัฟเฟิล” (Truffle) เพชรเม็ดงามแห่งห้องครัว
ทรัฟเฟิล (Truffle) ไม่ใช่เห็ดที่เติบโตบนขอนไม้หรือโผล่พ้นดินขึ้นมาให้เราเห็นได้ง่ายๆ เหมือนเห็ดทั่วไป แต่พวกมันคือเห็ดราประเภทหนึ่งที่เจริญเติบโตอยู่ลึกลงไปใต้ดินประมาณ 5-30 เซนติเมตร โดยจะอาศัยอยู่รอบ ๆ รากไม้ใหญ่บางชนิดแบบพึ่งพาอาศัยกัน (Mycorrhizae) เช่น ต้นโอ๊ก หรือต้นบีช ในแถบประเทศยุโรปอย่างฝรั่งเศสและอิตาลี
เนื่องจากพวกมันซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนดินอย่างมิดชิด มนุษย์เราจึงไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ การตามล่าหาวัตถุดิบเลอค่านี้จึงต้องพึ่งพา “จมูก” อันยอดเยี่ยมของสัตว์เลี้ยง โดยในอดีตมักจะใช้หมูตัวเมีย เพราะพวกมันไวต่อกลิ่นสารเคมีในทรัฟเฟิลที่คล้ายกับฮอร์โมนของหมูตัวผู้ แต่ปัจจุบันเหล่านักล่าเห็ดนิยมเปลี่ยนมาใช้ สุนัขที่ผ่านการฝึกฝนมาโดยเฉพาะ (Truffle Dogs) แทน เนื่องจากพวกมันควบคุมง่ายกว่า และที่สำคัญคือไม่แอบกินเห็ดทรัฟเฟิลราคาแพงหลังจากขุดเจอเหมือนน้องหมู ซึ่งความยากในการค้นหาประกอบกับสภาพแวดล้อมที่ต้องจำเพาะเจาะจงมาก ๆ นี่เองที่ทำให้ทรัฟเฟิลกลายเป็นของหายากและมีมูลค่าสูง

ทรัฟเฟิลขาว vs ทรัฟเฟิลดำ ต่างกันอย่างไร?
แม้ว่าทรัฟเฟิลจะมีมากว่าร้อยสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในวงการอาหารคือ “ทรัฟเฟิลขาว” และ “ทรัฟเฟิลดำ” ซึ่งมีเอกลักษณ์แตกต่างกันทั้งกลิ่น รสชาติ และช่วงเวลาการเก็บเกี่ยว
ทรัฟเฟิลดำ (Black Truffle) มีผิวภายนอกขรุขระ สีน้ำตาลเข้มไปจนถึงดำ จุดเด่นคือกลิ่นหอมเอิร์ธตี้ (Earthy) เข้มข้น มีความหอมละมุนคล้ายกลิ่นดินป่าสดชื่น ไม้โอ๊ก และโกโก้อ่อน ๆ ข้อดีคือสามารถนำไปผ่านความร้อนได้ดี ทำให้มักนำไปเคี่ยวในซอสหรือสไลซ์บาง ๆ โรยบนจานร้อน พบมากในฝรั่งเศสและสเปน โดยมีช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่ยาวกว่า ทำให้เข้าถึงได้ง่ายกว่าทรัฟเฟิลขาว
ทรัฟเฟิลขาว (White Truffle) ได้รับการยอมรับว่าเป็น “ราชาแห่งทรัฟเฟิล” ด้วยราคาที่แพงกว่าทรัฟเฟิลดำหลายเท่าตัว มีผิวเรียบสีครีมหรือเหลืองอ่อน กลิ่นหอมแรงและทรงพลังมาก มีมิติของกลิ่นคล้ายกระเทียม ชีสเก่า และถั่วในคราวเดียวกัน แต่เนื่องจากไวต่อความร้อนมาก กลิ่นจะระเหยหายไปทันทีหากโดนไฟ เชฟจึงนิยมสไลซ์สด ๆ โรยหน้าอาหารก่อนเสิร์ฟเท่านั้น เพื่อรักษากลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์
หากเปรียบเทียบแบบเข้าใจง่าย ทรัฟเฟิลขาวจะโดดเด่นเรื่องความหอมชัดเจน หรูหรา และหายาก ส่วนทรัฟเฟิลดำจะให้ความหอมละมุน ใช้งานได้หลากหลาย และเหมาะกับการนำมาประยุกต์ใช้ในเมนูต่าง ๆ มากกว่า ทั้งสองชนิดต่างมีเสน่ห์เฉพาะตัว และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทรัฟเฟิลยังคงเป็นวัตถุดิบในฝันของคนรักอาหารทั่วโลก
ทำไมทรัฟเฟิลถึงมีราคาแพงและเป็นที่นิยมทั่วโลก?
ทรัฟเฟิลได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ไม่ใช่เพียงเพราะชื่อเสียงหรือภาพลักษณ์ความหรูหราเท่านั้น แต่เกิดจากความหายากและกระบวนการเติบโตที่ซับซ้อนตามธรรมชาติที่มนุษย์เรายังไม่สามารถควบคุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
เห็ดชนิดนี้ไม่สามารถเพาะปลูกได้ง่ายเหมือนพืชหรือเห็ดทั่วไป เนื่องจากต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ทั้งดิน อุณหภูมิ ความชื้น และการอยู่ร่วมกับรากของต้นไม้บางชนิด ทำให้กว่าทรัฟเฟิลจะเติบโตจนสามารถเก็บเกี่ยวได้อาจต้องใช้เวลาหลายปี อีกทั้งยังต้องใช้สุนัขหรือสัตว์ที่ผ่านการฝึกฝนเฉพาะทางในการค้นหา ทำให้มีผลผลิตจำกัดและมีต้นทุนการเก็บเกี่ยวสูง ส่งผลให้ทรัฟเฟิลกลายเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มีราคาสูงที่สุดในโลก
นอกจากความหายากแล้ว เสน่ห์ที่ทำให้ทรัฟเฟิลไม่มีสิ่งใดทดแทนได้อยู่ที่กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ (Aroma) กลิ่นของทรัฟเฟิลไม่ใช่แค่ความหอมทั่วไป แต่เป็นกลิ่นที่มีความซับซ้อน มีความนัว และเย้ายวนใจ เมื่อนำไปเป็นส่วนประกอบในอาหาร กลิ่น Aroma นี้จะทำหน้าที่เป็นตัวชูรสชาติ (Flavor Enhancer) ดึงความอร่อยและมิติของวัตถุดิบอื่น ๆ ในจานให้โดดเด่นขึ้นมาอย่างมหัศจรรย์ เพียงแค่สไลซ์ลงไปบาง ๆ หรือหยดน้ำมันสกัดลงไปเล็กน้อย อาหารจานธรรมดาก็จะกลายเป็นอาหารจานหรูขึ้นมาทันที แม้ใช้เพียงเล็กน้อยก็สามารถยกระดับเมนูธรรมดาให้ดูพรีเมียมได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทรัฟเฟิลจะได้รับความนิยมจากเชฟและนักชิมทั่วโลกมาอย่างยาวนาน
ด้วยเหตุนี้ ความยากในการควบคุมผลผลิตตามธรรมชาติที่ต้องอาศัยทั้งเวลาและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ผสานเข้ากับเอกลักษณ์ของกลิ่นอายที่ไม่มีวัตถุดิบใดมาทดแทนได้ จึงทำให้เพชรแห่งห้องครัวชิ้นนี้ยังคงครองตำแหน่งวัตถุดิบชั้นสูงที่มีราคาสูงลิ่ว และเป็นสิ่งที่เชฟรวมถึงนักชิมทั่วโลกต่างยอมรับว่าช่วยยกระดับให้อาหารจานธรรมดากลายเป็นมื้อพิเศษได้อย่างสมบูรณ์แบบ

การผสมผสานที่ลงตัว: เมื่อ “ทรัฟเฟิล” มาเจอกับ “อาหารไทย”
หลายคนอาจมองว่าทรัฟเฟิลที่มีกลิ่นอายแบบตะวันตก น่าจะเข้ากันได้ดีกับเนย ชีส หรือครีมซอสเท่านั้น แแต่ในความเป็นจริงแล้ว กลิ่นเอิร์ธตี้ (Earthy) ที่มีเอกลักษณ์นุ่มลึกของทรัฟเฟิลสามารถเข้ากันได้อย่างมหัศจรรย์กับอาหารไทย
เสน่ห์ของอาหารไทยคือรสชาติที่จัดจ้าน มีความเค็ม นัว และกลมกล่อมจากเครื่องปรุงหมักบ่ม หรือรสอูมามิ (Umami) เมื่อความนัวเข้มข้นแบบไทย ๆ มาเจอกับกลิ่นอายความหอมระเหยของทรัฟเฟิล มันไม่ได้ทำลายรสชาติของกันและกัน แต่รสอูมามิของไทยจะทำหน้าที่ชูความหอมของทรัฟเฟิลให้โดดเด่น ฟุ้งกระจายอบอวลอยู่ในปาก และมีมิติซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ยกระดับรสสัมผัสในปากให้มีความละมุนและหรูหราแบบที่ไม่แพ้อาหารตะวันตกเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นการจับคู่ข้ามทวีปที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความแซ่บนัวได้อย่างลงตัวที่สุด
ไอเดียเมนูไทยสไตล์ทรัฟเฟิล
หากคุณอยากลองเปลี่ยนเสน่ห์ปลายจวักแบบเดิมให้กลายเป็นมื้ออาหารสุดพรีเมียมสไตล์ไฟน์ไดน์นิ่งแบบไม่ต้องเตรียมวัตถุดิบฝรั่งให้ยุ่งยาก ลองหยิบเมนูไทย ๆ ที่เราคุ้นเคยเหล่านี้มาเติมกลิ่นอายความหอมของทรัฟเฟิลลงไป รับรองว่าอร่อยจนลืมเวอร์ชันเดิมไปเลย
- ข้าวผัดกากหมูทรัฟเฟิล จากข้าวผัดโบราณรสเค็มนำหวานตาม ยั่วใจด้วยกากหมูเจียวใหม่ ๆ สีเหลืองทองกรุบกรอบ ลองเพิ่มความพรีเมียมด้วยการเหยาะน้ำปลาทรัฟเฟิลลงไปรอบขอบกระทะร้อน ๆ กลิ่นอายความหอมของน้ำปลาทรัฟเฟิลที่ทำปฏิกิริยากับความร้อนในกระทะ จะซึมลึกเข้าไปในทุกเม็ดข้าว คลุกเคล้ากับความมันของกากหมูได้อย่างไร้ที่ติ
- ไข่เจียวฟูทรัฟเฟิล เมนูคู่คิดทุกบ้านที่ทำง่ายแต่ทำให้ว้าวได้ยาก ลองยกระดับด้วยการเจียวไข่ให้ฟูกรอบหนานุ่ม ยามที่ความร้อนกำลังเซ็ตตัว ให้เลือกใช้หัวน้ำปลาแท้คุณภาพดีที่ผสานกลิ่นทรัฟเฟิลตีผสมลงไปในเนื้อไข่ กลิ่นอโรมาสุดพิเศษจะอบอวลอยู่ข้างใน เมื่อตักทานตอนร้อน ๆ กลิ่นหอมละมุนจะพุ่งกระจายเต็มคำ
- เนื้อย่างจิ้มแจ่วกลิ่นทรัฟเฟิล เสือร้องไห้หรือเนื้อใบบัวย่างถ่าน เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ทานคู่กับน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ด แต่อัพเกรดรสชาติให้ลุ่มลึกขึ้นด้วยการใช้หัวน้ำปลาแท้ปรุงรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด แซ่บ แล้วเติมแต่งมิติความหอมของทรัฟเฟิลลงไป เป็นรสชาติไทยแท้ที่ให้รสสัมผัสหรูหราแบบอินเตอร์ได้อย่างเข้ากัน
การหยิบยกเมนูไทยยอดฮิตมาผสานกับวัตถุดิบระดับโลกอย่างทรัฟเฟิล ไม่เพียงแต่เป็นการทลายกรอบเดิม ๆ ของการทำอาหาร แต่ยังเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าเสน่ห์รสชาตินัวแบบไทยสามารถเข้ากันได้ดีกับกลิ่นหอมหรูหราสไตล์ตะวันตกได้อย่างไร้ที่ติ และที่สำคัญเมนูไฟน์ไดนิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำยากอย่างที่คิด เพราะในปัจจุบันเรามีตัวช่วยที่พร้อมจะเปลี่ยนการทำอาหารไทยในบ้านให้กลายเป็นเรื่องง่ายและพรีเมียมได้ในพริบตา

ยกระดับเมนูไทยให้พรีเมียมง่ายๆ ด้วย “น้ำปลาทรัฟเฟิล ตราปลาหมึก”
การจะทำอาหารรสชาติหรูหราแบบเชฟเทเบิลทานเองที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินหลักหมื่นเพื่อซื้อเห็ดทรัฟเฟิลสดมาสไลด์อีกต่อไป เพราะตอนนี้มีนวัตกรรมสุดล้ำที่จะเปลี่ยนโลกการทำอาหารไทยไปตลอดกาลกับ น้ำปลาทรัฟเฟิล ตราปลาหมึก ไอเทมลับที่ผสานสองความพรีเมียมจากสองซีกโลกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
ความลงตัวระหว่าง หัวน้ำปลาแท้ คุณภาพชั้นเลิศที่ผ่านการบ่มหมักตามธรรมชาติ จากปลาแอนโชวี่ จนได้ความนัว กลมกล่อม สีน้ำตาลทองอร่ามอันเป็นเอกลักษณ์ของตราปลาหมึก นำมาจับคู่กับ แบล็คทรัฟเฟิล (Black Truffle) สกัดบริสุทธิ์จากประเทศอิตาลี ออกมาเป็นน้ำปลาสีทองใสที่มีกลิ่นอโรมาละมุนลุ่มลึก เกิดเป็นเครื่องปรุงมิติใหม่ที่ให้ทั้งความเค็มอูมามิแบบไทยและความหอมละมุนระดับอินเตอร์ในหยดเดียว มอบรสชาติความเค็มที่กลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ของน้ำปลา พร้อมส่งกลิ่นหอมที่ลุ่มลึกน่าหลงใหลจากเห็ดทรัฟเฟิลไปพร้อมกัน
ความสะดวกและใช้งานง่ายแบบขั้นสุด ไม่ว่าจะเป็นเมนูต้ม ผัด แกง ทอด หรือแม้กระทั่งทำน้ำจิ้ม เพียงแค่เหยาะ น้ำปลาทรัฟเฟิล ตราปลาหมึก ลงไปเพียงเล็กน้อยในช่วงท้ายของการปรุง กลิ่นหอมเอิร์ธตี้อันเป็นเอกลักษณ์ของทรัฟเฟิลจะฟุ้งกระจาย ผสานเข้ากับรสชาติกลมกล่อมของหัวน้ำปลาแท้ ช่วยยกระดับอาหารจานธรรมดา ๆ ให้มีมิติความอร่อยและกลิ่นสัมผัสที่หรูหราขึ้นมาทันทีในพริบตา
ชี้เป้าความอร่อยระดับพรีเมียม
สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนห้องครัวที่บ้านให้กลายเป็นร้านระดับ Fine Dining สามารถตามไปช้อป น้ำปลาทรัฟเฟิล ตราปลาหมึก ผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หลัก Squidbrand.com หรือร้านค้าออฟฟิเชียลใน Shopee และร้านค้าชั้นนำทั่วไป แล้วรอรับความฟินส่งตรงถึงหน้าบ้านได้เลย
น้ำปลาทรัฟเฟิล ตราปลาหมึก ตัวช่วยชั้นเลิศที่จะเปลี่ยนมิติของอาหารไทยแบบเดิม ๆ ด้วยการมอบรสสัมผัสที่เค็มนัวกลมกล่อมควบคู่ไปกับความหอมระดับพรีเมียม ช่วยให้คุณรังสรรค์เมนูจานโปรดให้อร่อยและหรูหราขึ้นในทุก ๆ วันได้ในไม่กี่หยด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสารเคมีตกค้างหรือสารปรุงแต่ง เพราะเป็นผลผลิตจากการหมักบ่มทางธรรมชาติ เป็นสูตรกลูเตนฟรี (Gluten Free) ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่สี และไม่แต่งกลิ่นสังเคราะห์ จึงมั่นใจได้ในความบริสุทธิ์ ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพของทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง
สรุป
แม้ ทรัฟเฟิล จะเป็นวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่เคยถูกมองว่าเข้าถึงยากและมีราคาสูง แต่ในปัจจุบันการสัมผัสเสน่ห์ของกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์นี้ไม่ได้เข้าถึงยากอย่างที่คิด โดยเฉพาะเมื่อมีตัวช่วยดี ๆ ที่ปรับรสชาติมาให้ถูกปากคนไทยอย่าง น้ำปลาทรัฟเฟิล ที่ผสานความเค็มนัวแบบน้ำปลาแท้เข้ากับความหอมลุ่มลึกของทรัฟเฟิลได้อย่างลงตัว ทำให้เราสามารถเปิดโลกความอร่อย รังสรรค์เมนูไทยสไตล์ไฟน์ไดนิ่งที่หอมฟุ้งพรีเมียมได้ง่าย ๆ ในทุกมื้ออาหารที่บ้านโดยไม่ต้องจ่ายในราคาแพงลิ่วอีกต่อไป
FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
Q: น้ำปลาเห็ดทรัฟเฟิล รสชาติเป็นอย่างไร?
- A: ทรัฟเฟิลไม่ได้มีรสชาติที่โดดเด่นที่ลิ้นสัมผัส แต่มีจุดเด่นที่ “กลิ่นหอม” สไตล์เอิร์ธตี้ (Earthy) คล้ายกลิ่นดินและป่าหลังฝนตก ซึ่งกลิ่นนี้จะช่วยไปดึงรสชาติความอร่อย (อูมามิ) ของอาหารจานนั้นๆ ให้พุ่งขึ้นมา
Q: อาหารไทยเมนูไหนที่เหมาะกับกลิ่นทรัฟเฟิลบ้าง?
- A: เข้ากันได้ดีกับเมนูที่มีส่วนประกอบของไข่ เนื้อสัตว์ และความมัน เช่น ไข่เจียว, ข้าวผัดเนื้อ, ข้าวต้มแห้ง หรือแม้แต่นำมาทำเป็นน้ำจิ้มแจ่วก็อร่อยแปลกใหม่
Q: น้ำปลาทรัฟเฟิล ตราปลาหมึก ใช้ทำอะไรได้บ้าง หาซื้อได้ที่ไหน?
- A: สามารถใช้เหยาะปรุงรสในขั้นตอนสุดท้าย หรือใช้เป็นน้ำจิ้มได้เลย เหมาะกับทั้งอาหารไทยและอาหารฟิวชัน สามารถสั่งซื้อได้ผ่านทางเว็บไซต์ Squidbrand.com และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป
Q: สามารถใช้น้ำปลาทรัฟเฟิลแทนน้ำปลาปกติในทุกเมนูเลยได้หรือไม่?
- A: สามารถใช้แทนได้เพื่อเพิ่มความเค็มนัว แต่จะตอบโจทย์และโดดเด่นที่สุดเมื่อจับคู่กับเมนูที่ต้องการชูความหอมหรูหรา เช่น ข้าวผัดกากหมู, ไข่ข้น, เนื้อย่าง หรือพาสต้าสไตล์ฟิวชัน ส่วนเมนูไทยดั้งเดิมที่มีกลิ่นเครื่องเทศสมุนไพรแรงมากๆ (เช่น แกงไตปลา, ต้มยำ) การใช้น้ำปลาตราปลาหมึกสูตรปกติอาจจะกลมกล่อมเข้ากันมากกว่า
Q: วิธีเก็บรักษาน้ำปลาทรัฟเฟิลให้กลิ่นหอมยาวนานต้องทำอย่างไร?
- A: วิธีเก็บรักษาทำได้ง่ายๆ เหมือนน้ำปลาทั่วไป คือปิดฝาขวดให้สนิทหลังใช้งาน เก็บไว้ในที่ร่ม อุณหภูมิห้อง และหลีกเลี่ยงแสงแดดหรือความร้อนจัด ไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็น ก็สามารถรักษากลิ่นหอมของทรัฟเฟิลให้คงอยู่ได้ยาวนาน
Q: น้ำปลาผสมทรัฟเฟิล เหมาะกับคนรักสุขภาพ หรือสายคีโต (Keto) ไหม?
- A: น้ำปลาแท้ตราปลาหมึกผลิตจากปลาไส้ตันหมักตามธรรมชาติ เมื่อผสานกับทรัฟเฟิลจึงเป็นการเพิ่มมิติของกลิ่นโดยไม่ต้องพึ่งพาสารปรุงแต่งรสชาติที่ทำลายสุขภาพ ผู้ที่ควบคุมอาหารหรือทานคีโตสามารถใช้เหยาะเพื่อเพิ่มอรรถรสในมื้ออาหารได้อย่างสบายใจ (หมายเหตุ: ผู้เขียนสามารถปรับคำตอบนี้ให้ตรงกับ Nutrition Facts หลังขวดของแบรนด์ได้เลยครับ)
Q: ทรัฟเฟิลออยล์ (Truffle Oil) กับ น้ำปลาทรัฟเฟิล ให้รสสัมผัสต่างกันอย่างไร?
- A: ทรัฟเฟิลออยล์จะให้ความมันและกลิ่นหอม เหมาะกับอาหารฝั่งตะวันตก แต่น้ำปลาทรัฟเฟิลจะให้ทั้ง “กลิ่นหอมพรีเมียม” และ “รสชาติอูมามิ (ความเค็มนัว)” ในตัวเดียว ทำให้ใช้งานได้หลากหลายกว่ามาก โดยเฉพาะเมื่อนำมาจับคู่กับเมนูอาหารไทยหรือเอเชียนฟิวชัน
