ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาถ้าเราเปิดดูรายงานเทรนด์อาหารระดับโลกจะเห็นคำว่า Natural Fermentation (การหมักแบบธรรมชาติ)โผล่มาแทบทุกสำนัก แต่เรื่องที่น่าตื่นเต้นคือ ในขณะที่โลกกำลังกลับมาหา “รสชาติที่เกิดจากธรรมชาติจริงๆ” เครื่องปรุงที่อยู่คู่ครัวไทยมาร้อยปีอย่าง “น้ำปลา” ก็กำลังถูกจับตามองมากที่สุดในฐานะของเครื่องปรุงที่มีเอกลักษณ์ด้านรสชาติและกระบวนการหมักที่หลายประเทศทำตามได้ยาก
เทรนด์นี้ไม่ได้เป็นแค่แฟชั่น แต่เป็นปรากฏการณ์ที่ผลักดันเครื่องปรุงพื้นฐานของบ้านเราอย่าง “น้ำปลาไทย” ให้ก้าวสู่เวทีโลกแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะน้ำปลาที่ใช้กระบวนการหมักยาวนานตามธรรมชาติ ซึ่งให้รสอูมามิเข้มลึกกว่าการผลิตแบบเชิงอุตสาหกรรมทั่วไป และท่ามกลางการเติบโตนี้ แบรนด์ไทยแท้อย่าง Squid Brand กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกหยิบไปรีวิวในคลิป “Asian Pantry Must-Haves” ของครีเอเตอร์ต่างชาติบ่อยขึ้นอย่างเงียบๆ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมเทรนด์ Natural Fermentation ถึงทำให้น้ำปลาไทย และ Squid Brand โดดเด่นบนเวทีอาหารระดับโลกในเวลานี้
1. โลกหันกลับมาหาอาหารที่ “มีชีวิต”
ผู้บริโภคยุคใหม่ในอเมริกา–ยุโรปเริ่มตั้งคำถามว่า “อาหารนี้ผ่านโรงงานมากแค่ไหน?” “กระบวนการผลิตธรรมชาติแค่ไหน?”พวกเขาตามหาเครื่องปรุงที่ไม่แต่งกลิ่น ไม่ใส่สี ไม่ผ่านกระบวนการเร็วเกินจริง แต่ใช้เวลาให้ธรรมชาติทำงาน เหมือนsourdough kombucha miso kimchi และ Category ถัดมาที่กำลังทะยานคือ “Fish Sauce Fermented Naturally” เพราะมันคือรส Umami แบบแท้ๆ ที่ได้จากการหมักปลากับเกลือยาวนาน 12–18 เดือน จนเกิดรสลึกแบบที่ไม่มีการแต่งรสใดทำเลียนแบบได้
2. น้ำปลาไทย = งานคราฟต์ที่มี Terroir แบบไม่เหมือนใคร
ในสายตาตะวันตก น้ำปลาไทยมีความ “คราฟต์” แบบเดียวกับชีสฝรั่งเศสหรือไวน์ดี ๆ เพราะมีกระบวนการหมักที่ยาวหลายเดือนจนเกิดรสหวานปลาตามธรรมชาติ รวมทั้งไม่มีการแต่งกลิ่น ไม่เร่งปฏิกิริยา จนเป็นเหตุผลว่านี่แหละที่ทำให้น้ำปลาไทยมีรสชาติลึก ซับซ้อน และมีกลิ่นอูมามิเฉพาะตัว จนเชฟต่างชาติบอกว่า “มันไม่ใช่แค่ซอส แต่เป็นรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคนี้” และแบรนด์ไทยอย่าง Squid Brand ซึ่งเน้นรสชาติปลาแท้และการหมักแบบดั้งเดิม จึงถูกหยิบจับไปแนะนำในกลุ่มผู้บริโภคที่สนใจอาหารเอเชียสาย Authentic มากขึ้นเรื่อย ๆ
3. Fine Dining กำลังล่ารสชาติที่มีความซับซ้อน
ในโลกของ Fine Dining รสชาติมีค่ามากกว่าแค่อร่อยเพราะมันต้อง “เล่าเรื่องได้” ดังนั้นน้ำปลาแบบ Natural Fermentation เล่าเรื่องได้ครบทั้ง
- เรื่องเวลา
- เรื่องภูมิอากาศ
- เรื่องชุมชนประมงและวัตถุดิบ
- เรื่องภูมิปัญญาเก่าแก่
เชฟระดับมิชลินหลายคนในยุโรปเริ่มใช้น้ำปลาแบบไทยในซอสกาแลงซ์ (Glace) น้ำสต๊อก ซอสเนยฯ เพราะมันให้ “Signature Depth” ที่ซอสอื่นให้ไม่ได้
4. เทรนด์สุขภาพ (Low Sodium, Real Ingredient)
ผู้บริโภคฝั่งตะวันตกไม่ได้สนใจแค่อร่อย แต่สนใจว่า:
- เครื่องปรุงผ่านกระบวนการพิเศษแค่ไหน
- แต่งกลิ่นหรือไม่
- ใช้วัตถุดิบธรรมชาติจริงหรือเปล่า
- มีคุณค่าทางอาหารไหม
เมื่อพูดถึง Natural Fermented Fish Sauce ที่สะท้อนทั้งภูมิปัญญา ความคราฟต์ และการยอมรับในระดับสากล หนึ่งในตัวแทนที่ชัดเจนที่สุดของน้ำปลาไทยบนเวทีโลก คือ Squid Brand ที่มุ่งมั่นพัฒนา “น้ำปลา” ให้มีคุณภาพและด้วยการหมักบ่มตามธรรมชาตินานสูงสุด 18 เดือน เพื่อให้ได้รสชาติอูมามิที่เข้มข้นและลุ่มลึกซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ “ตราปลาหมึก” ในปัจจุบัน และน้ำปลาที่โดดเด่นที่สุดในด้านของ Natural Fermented ก็คือ ปลาหมึกโกลด์ น้ำปลาแท้ตราปลาหมึกฉลากสีทอง เกรดพรีเมียม ที่ผ่านกระบวนการหมักยาวนานตามธรรมชาติ จนได้รสอูมามิเข้มลึก กลิ่นหอมสะอาด และรสเค็มกลมกล่อมที่ไม่แหลม นี่คือคุณสมบัติเดียวกับที่เชฟ Fine Dining และครีเอเตอร์สายอาหารทั่วโลกกำลังมองหาในยุค Natural Fermentation
อีกทั้งสิ่งที่ทำให้ ปลาหมึกโกลด์ โดดเด่น ไม่ใช่แค่ “ความอร่อย” เพียงอย่างเดียว แต่คือความเสถียรของรสชาติและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ที่สั่งสมมานานกว่า 80 ปี จนสามารถเข้าไปอยู่ในครัวทั้งระดับบ้าน เชฟมืออาชีพ ไปจนถึงร้านอาหารนานาชาติได้อย่างไม่ขัดเขิน ใช้ได้ตั้งแต่เมนูไทยแท้ไปจนถึงซอสสไตล์ตะวันตก ซุป น้ำสต๊อก หรือการปรุงแบบ modern cuisine ที่ต้องการ umami จากธรรมชาติจริง ๆ
ในวันที่โลกหันกลับมาให้คุณค่ากับอาหารที่ “ใช้เวลา” น้ำปลาไทยจึงไม่ได้เป็นแค่เครื่องปรุงพื้นบ้านอีกต่อไป แต่กลายเป็นรสชาติแห่งภูมิภาค (Taste of Terroir) และน้ำปลาแท้ตราปลาหมึกฉลากสีทอง เกรดพรีเมียม (ปลาหมึกโกลด์) ก็คือหนึ่งในรสชาติที่บอกเล่าเรื่องราวของทะเล เวลา และภูมิปัญญาไทยได้อย่างภาคภูมิบนเวทีอาหารโลก
